พฤติกรรมทำร้ายผิวที่สาวๆ😮 หลายคนทำจนเคยชิน😏

จะมีอะไรบ้าง และส่งผลเสียต่อความงามได้มากแค่ไหน ต้องตามมาดูกันนะค่ะสาวๆ

          หลายครั้งที่การดูแลผิวพรรณหรือการเสริมสวยแบบไม่ระมัดระวัง มักจะทำให้ผู้หญิงเราเผลอทำลายความงามของตัวเองกันแบบไม่รู้ตัวเอง แม้ว่บางคนอาจจะมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ค่อยส่งผลต่ะผิวหรือสุขภาพเท่าไหร่นักแต่ความจริงและพฤติกรรมเหล่านี้กลับทำร้ายความสวยของผู้หญิงได้มากกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก

            เพื่อให้สาวๆ ได้กลับมาสวยแบบใส่ใจตัวเองอีกครั้ง เราเลยเอา 10 พฤติกรรมที่ทำร้ายผิว ทำลายความสวยที่สาวๆ ปฏิบัติจนเคยชินมาฝาก จะมีอะไรบ้านไปดูกันเลยค่ะ 

1. ใช้สบู่ล้างหน้า

          เวลาที่ผู้หญิงเช็ดล้างเครื่องสำอางด้วยเมคอัพรีมูฟเวอร์จนหมดแล้ว ก็มักจะไม่ใส่ใจในขั้นตอนการล้างหน้าสักเท่าไหร่ บางคนถึงขั้นหยิบสู่สำหรับผิวกายมาล้างหน้าแทน แต่ในสบู่นั้นกลับทำให้ผิวหน้าของเราพังมากกว่าที่คิด ควรหันมาเลือกใช้โฟมล้างหน้าที่เหมาะสมกับสภาพผิวหน้าของเราโดยเฉพาะ แล้วผิวหน้าของเราก็จะรักษาระดับน้ำมันได้พอดีไม่แห้งหรือมันจนเกินไป

2. ใช้ผ้าเช็ดตัวซับหน้า

         ผ้าเช็ดตัวที่เราใช้กันทุกวันต้องผ่านการซับหน้ามาทั่วร่างกาย พอเราตากทิ้งไว้ก็อาจจะมีฝุ่นมาเกาะแบบที่มองไม่เห็น ถ้าเราเอาผู้เช็ดตัวผืนนั้นมาเช็ดบนใบหน้าเราโดยตรง คงมีสิวบุกขึ้นเต็มไปหมดแน่นอนฉะนั้นควรเอาเทคนิกที่สาวเกาหลีหลายคนทำเป็นประจำมาลองใช้ดู นั้นก็คือใช้ฝ่ามือปาดน้ำที่ชุ่มฉ่ำบนผิวออกไปแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 นาทีให้หน้าแห้งพอหมาดๆ จากนั้นจึงเริ่มขั้นตอนการบำรุงผิวได้ วิธีนี้จะช่วยให้ครีมบำรุงต่างๆ ซึมเข้าผิวอย่างง่ายดายและไม่เป็นสิวจากการเอาผ้าเช็ดตัวมาเช็ดหน้านั้นเอง

3. เปิดใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือเครื่องสำอางนานเกินไป

          ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดล้วนมีวันหมดอายุของมัน หากสาวๆ คนไหนชอบเปิดใช้ครีมบำรุง, ยาสระผม หรือเครื่องสำอางพร้อมๆ กันแล้วใช้ไม่หมดก็ควรเก็บทิ้งอย่าไปเสียดาย เพราะผืนใช้ต่ออาจทำผิวพังแบบไม่ทันรู้ตัว เช่น มาสคาร่า เปิดแล้วใช้ได้ไม่เกิน3-4 ครั้ง, ยาทาเล็บ 1 ปี, น้ำหอม 1-2 ปี, ครีมรองพื้น 2 ปี ยาสระผม 2 ปี, ลิปสติก 2 ปี เป็นต้น

4. ขัดผิวทุกวัน

            แม้การขัดผิวจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วได้อย่างอ่อนโยน แต่ถ้าขัดบ่อยเกินไปอาจทำให้ผิวระคายเคืองถึงขั้นลอกๆ แห้ง และเป็นแผลได้ สาวๆ ที่รักผิวควรขัดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง น่าจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าใครผิวแห้งก็ควรขัดไม่เกิน 1 ครั้งต่ิสัปดาห์ 

5. ข้ามขั้นตอนการทาครีมกันแดด

          หากวันไหนที่มีโปรแกรมที่จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกตอนกลางวันแล้วต้องแต่งหน้าแบบจัดเต็ม สาวๆ หลายคนเลือกที่จะข้ามขั้นตอนการทาครีมกันแดดไปด้วยกลัวว่าครีมกันแดดนั้นจะทำให้หน้ามันเยิ้ม แต่การข้ามขั้นตอนนี้ยิ่งทำให้สาวๆ มีปัญหาตามมาภายหลังได้ ทั้งฝ้า จุดด่างดำ ริ้วรอยก่อนวัย แลผิวคล้ำดสีย เพื่อเลี่ยงสิ่งเหล่านี้และไม่อยากให้หน้ามันเยิ้ม ควรเลือกใช้ครีมกันแดดสูตร Water base และมี SPF ไม่เกิน 30 จะช่วยปกป้องผิวและเครื่องสำอางก็จะติดทนนานทั้งวันอีกด้วย

6. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ

         เวลาที่ต้องออกไปทำงานหรือเที่ยวเล่นข้างนอกสาวๆ หลายคนเลือกที่จะไม่ดื่มน้ำเปล่าสักเท่าไหร่ เพราะกลัวว่าจะต้องลำบากเข้าห้องน้ำบ่อยๆ แต่การดื่มน้ำน้อยเกินไปก็ส่งผลเสียได้มากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึง ทั้งปัญหาผิวแห้งขาดน้ำ ริ้วรอยก่อนวัย ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีจนก่อให้เกิดความอ้วนตามมา เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้แบบตรงจุด สาวๆ ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 1.5-2 ลิตร แค่นี้ก็สาวยผุดผ่องจากภายในโดยไม่ต้องกินอาหารเสริมใดๆ แล้วนะค่ะ

7.หวีผมตอนเปียก

         หลังจากที่สาวๆ สระผมเสร็จแล้วรูขุมขนบนหนังศรีษะจะยังเปิดอยู่ แล้วก็คงผลิตน้ำมันออกมาเรื่อยๆ เมื่อเราใช้หวีมาหวีผมตอนนี้จะยิ่งกระตุ้นรูขุมขนและผลิตน้ำมันออกมามากขั้น ทำให้หนังศรีษะของเรามันเร็วและเส้นผมก็จะขาดหลุดล่วงได้ง่าย ดังนั้นควรรอให้ผมมแห้งสนิทแล้วค่อยใช้หวีมาจัดระเบียบทรงผม วิธีนี้จะช่วยลดความมันของเส้นผม และเพิ่มความแข็งแรงให้กับผมขึ้นอีกด้วยนะค่ะ 

8.มัดผมตอนนอน

          เส้นผมที่ยาวเกินไปบางครั้งก็ทำให้สาวๆ เกิดความรำคาญใจจนถึงขั้นมัดผมนอนเลยก็มีจ้า แต่การทำแบบนี้นอกจากจะต้องตื่นมาะร้มอาการปวดหัวเพราะโดยนางมัดผมรั้งไว้แล้วผมของเราก็จะอ่อนแอและขาดหลุดร่วงได้ง่ายด้วย ก็รำคาญเส้นผมที่ทิ่มแทงระคายเคืองผิวจริงๆ ก็ลองหาตาข่ายมาคลุมผมนอนจะดีกว่านะค่ะ

9. อาบน้ำอุ่นเป็นประจำ

          การอาบน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับสบายขึ้นก็จริง แต่ผิวที่โดนน้ำอุ่นถึงร้อนเป็นเวลานานๆ ก็อาจจะแห้งเสียจนถึงขั้นแสบลอก แถมรูขุมขนบนใบหน้ายังกว้างขึ้นอีกด้วย ถ้าเลี่ยงน้ำอุ่นไม่ได้จริงๆ หลังอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็ใช้น้ำเย็นราดตัวอีกประมาณ 30 นาที จะช่วยปิดรูขุมขน ลดอาการผิวแห้งลดลงได้แล้วค่ะ

10. ไม่เคยเปลี่ยนปลอกหมอน

            ปลอกหมอนที่เราใช้นอนอยู่ทุกวันมีทั้งฝุ่น แป้ง เหงื่อ และความมันจากผิวเกาะอยู่เต็มไปหมด หากใครนอนโดยไม่เปลี่ยนปลอกหมอนเลยก็อาจทำให้เกิดผื่นหรือสิวขึ้นตรงแก้มได้ง่ายมากๆ หรือบางครั้งอาจเกิดภูมิแพ้เพราะฝุ่นในปลอกหมอนเลยก็เป็นได้ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ควรเปลี่ยนปลอกหมอนทุกๆ สัปดาห์ หรือถ้าเป็นคนผิวมันมากๆ จะเปลี่ยนปลอกหมอนทุกๆ 3 วันเลยก็ได้ค่ะ